ค่าใช้จ่ายเรียนต่อต่างประเทศ มีอะไรบ้างไปดูกัน

ค่าใช้จ่ายเรียนต่อต่างประเทศ

สำหรับใครก็ตามที่ไปสอบชิงทุนต่างประเทศแล้วอยากใช้ชีวิตนักศึกษาในต่างประเทศอย่างไร้กังวล ถ้าหากคุณทราบถึงว่าการไปต่างประเทศใช้เงินเท่าไหร่ค่าครองชีพและ ค่าใช้จ่ายเรียนต่อต่างประเทศ ที่ต้องใช้ระหว่างเรียนต่อคร่าวๆ นั้นจะถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากๆ 

เพราะค่าครองชีพของแต่ละประเทศจะแตกต่างออกไปตามเมืองที่คุณจะไปอาศัยอยู่ และอย่างไรก็ตามเราขอแนะนำว่าคุณควรมีเงินประมาณ 20,000 AUD ต่อปี หากคุณโสดและยังไม่ได้แต่งงาน ซึ่งงบประมาณนี้ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายสำหรับกิจกรรมการเที่ยว ปาตี้ กิน ดื่ม หรือความบันเทิงต่างๆ ที่คุณอาจอยากเข้าร่วมหรือค่ารักษาพยาบาลที่ประกันสุขภาพนักเรียนต่างชาติ ในบทความนี้เรารวบรวมทางเลือกในการใช้ชีวิตและค่าใช้จ่ายโดยประมาณมาไว้ให้แล้ว

ไปต่างประเทศใช้เงินเท่าไหร่และค่าครองชีพในต่างประเทศ | ค่าใช้จ่ายเรียนต่อต่างประเทศ

การเดินทางไป เรียนต่อต่างประเทศค่าใช้จ่าย ค่าประกันก็เป็นสิ่งที่ต้องมีหากเกิดกรณีฉุกเฉินการมีประกันสุขภาพ/ประกันอุบัติเหตุจะสบายใจกว่าเพราะค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศราคาสูงมากเลยทีเดียว ส่วนใหญ่สถาบันการศึกษาหลายแห่งบังคับให้นักเรียนทุกคนมีประกันสุขภาพแต่หากเป็นการเรียนภาษาในบางสถาบันก็จะไม่ค่อยเคร่งคัดว่าจำเป็นต้องมี

ประกันสุขภาพแต่การมีไว้มันอุ่นใจกว่าจริงๆ หากเกิดเหตุไม่คาดคิดที่ต้องเข้ารับการรักษา ส่วนค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับที่พักหรือที่อยู่หาศัยเราก็มี รายการคร่าวๆมาเพื่อให้เตียมตัวในเรื่องของเรียนต่อต่างประเทศค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ถึงใครจะพูดว่าค่าครองชีพในต่างประเทศสูง แต่ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีสำหรับคนที่ต้องการไปเรียนต่อที่ต่างแดนนะคะ เพราะช่วงระยะเวลานี้อัตราแลกเปลี่ยนเงินได้ลดลงมา จะได้จ่ายค่าเรียนที่ถูกลงรวมไปถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ ถูกลงตามไปด้วยเมื่อโอกาสอยู่ในมือแล้วรีบคว้าไว้ก่อนนะคะ

ค่าที่พักอาศัยคราวๆ

  • ค่าโฮสเทลและเกสต์เฮ้าส์ – $80 ถึง $135 ต่อสัปดาห์
  • ค่าเช่าที่พักอาศัยร่วมกับผู้อื่น – $70 ถึง $250 ต่อสัปดาห์
  • ค่าที่พักภายในมหาวิทยาลัย – $80 ถึง $250 ต่อสัปดาห์
  • ค่าเช่าห้องพัก – $100 ถึง $400 ต่อสัปดาห์
  • ค่าโรงเรียนประจำ – $10,000 ถึง $20,000 ต่อปี

ใครที่กำลังมองหา ทุนเรียนต่อรัฐบาล ทุนฟรีต่างประเทศ

สำหรับนักเรียนและนักศึกษาที่สนใจจะเรียนต่อต่างประเทศและกำลังหา ทุนฟรีต่างประเทศ หรือทุนประเภทให้เปล่าเพื่อเรียนต่อเราขอแนะนำ ทุนต่อไปนี้ที่สนับสนุนโดยทุนเรียนต่อรัฐบาล และองค์กรอื่นๆในต่างประเทศซึ่งนอกจากจะสนับสนุนทุนให้แล้ว เมื่อเรียนจบยังไม่ต้องใช้เงินคืนอีกด้วยล่ะ

เรามาดูกันว่าทุนไหนจะน่าสนใจบ้าง

  1. Fulbright Scholarship – สหรัฐฯ

ทุน Fulbright เป็นทุนด้านภาษาวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และวิทยาศาสตร์ สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเรียนต่อทั้งหมด แต่มีเงื่อนไขว่าเมื่อเรียนจบแล้วห้ามทำงานต่อที่สหรัฐอเมริกาเป็นเวลา 2 ปี หลังจาก 2 ปี สามารถกลับมาทำงานในสหรัฐฯได้

  1. Chevening – อังกฤษ

ผู้ที่จะได้รับทุนการศึกษาชีฟนิ่งจะต้องมีสัญชาติไทยมีประวัติการศึกษาดีเด่นและสามารถแสดงศักยภาพความเป็นผู้นำได้ โดยจะได้รับทุนไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทในมหาวิทยาลัยชั้นนำของอังกฤษเป็นเวลา 1 ปี พร้อมเงินทุนสนับสนุน

  1. Gates Cambridge Scholarship – อังกฤษ

ทุนนี้เป็นทุนระดับปริญญาโท โดยมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ มักจะเปิดรับสมัครช่วงเดือนกันยายน-ธันวาคมของทุกปี

  1. Westminster University – อังกฤษ

ทุนนี้เป็นทุนระดับปริญญาตรี และปริญญาโท เปิดให้สมัครตั้งแต่เดือนมกราคม จนถึงเดือนพฤษภาคมของแต่ละปี

  1. Australia Awards – ออสเตรเลีย

ทุน Australia Awards แต่เดิมรู้จักกันในชื่อ Australian Development Scholarships (ADS) เพื่อเปิดโอกาสให้กับนักเรียน หรือนักศึกษาจากประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อเข้ารับการศึกษาระดับปริญญาตรี หรือบัณฑิตศึกษา จากมหาวิทยาลัยในต่างประเทศที่เข้าร่วมโครงการ

ทิ้งท้ายทุนเรียนต่อรัฐบาล นี้ไม่สามารถใช้สำหรับการฝึกอบรมที่เกี่ยวข้องกับเครื่องบิน การบิน หรือเทคโนโลยีนิวเคลียร์ หรือการฝึกทหารได้ และนอกจากนี้หลังจากเข้าไปเรียนที่เอพียูแล้วนักศึกษายังสามารถสมัครสอบชิงทุนต่างประเทศและขอรับทุนอื่นๆ เพิ่มเติมได้อีกด้วย และทุนจากรัฐบาลนั้นน่าสนใจเพราะสนับสนุนค่าใช้จ่ายเรียนต่อต่างประเทศที่ครอบคลุมทั้งการเดินทางทั้งในทั้งนอกประเทศ ทั้งค่าอุปกรณ์เครื่องใช้  ที่พัก สวัสดิการ และมีเงินเดือนให้ นอกจากจะได้เรียนต่อแล้วคุณยังจะได้ภาษาจีนเพิ่มเติม และบางหลักสูตรที่มีการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ รู้แบบนี้แล้วรอช้าอยู่ใยรีบตามหา ทุนเรียนต่อรัฐบาล ทุนฟรีต่างประเทศ ไปเรียนประเทศที่ใช่ ประเทศที่โดนแล้วไปพัฒนาศักยภาพในตัวกันเลย

อ่านบทความเพิ่มเติม
https://studentdatabase.net/เตรียมตัวก่อนบิน/

เครดิตภาพ
https://google.com/

Share:

Facebook
Twitter
Pinterest
VK

Table of Contents