อยากไป เรียนต่อสิงคโปร์ เตรียมตัวอย่างไรดี 

เรียนต่อสิงคโปร์

สิ่งที่ควรรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการไป เรียนต่อสิงคโปร์ คือ ขั้นตอนการการสมัคร เอกสารที่ต้องเตรียม ต้องใช้ผลสอบอะไร ใช้เวลาในการเตรียมตัวเท่าไหร่ การเตรียมตัวและการสมัครเรียนในสิงคโปร์ เลือกประเทศและเมืองเรียนต่อและการสมัครเรียนขั้นตอนเรียน การต่อวางแผนค่าใช้จ่ายและทุน การสมัครวีซ่าการหาที่พักเมื่อมาถึง การเตรียมตัวและการสมัครเรียนการสมัครเรียนต่อสิงคโปร์

การสมัครเรียนต่อต่างประเทศ | เรียนต่อสิงคโปร์

หลักสูตรที่นักศึกษาสามารถเลือกเรียน ได้วุฒิการศึกษาระดับสูงกว่ามัธยมศึกษาตอนปลายมีตั้งแต่ระดับประกาศนียบัตรและอนุปริญญา ซึ่งส่วนใหญ่จะ เรียนต่อต่างประเทศ ที่สถาบันโพลีเทคนิคและสถาบันการศึกษาเอกชน จนถึงวุฒิการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่ระดับปริญญาตรี ปริญญาโทและปริญญาเอกคุณสามารถดูรายชื่อหลักสูตรที่เปิดสอนที่สถาบันการศึกษาระดับสูงกว่ามัธยมศึกษาและอุดมศึกษาได้จากเว็บไซต์เรียนต่อต่างประเทศที่นี่ 

ประเภทของสถาบันการศึกษาในสิงคโปร์สถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาในประเทศสิงคโปร์ประกอบด้วยมหาวิทยาลัยท้องถิ่น 4 แห่ง สถาบันโพลีเทคนิค 5 แห่งและสถาบันการศึกษาเอกชนอีกจำนวนมาก นอกจากนี้ประเทศสิงคโปร์ยังมีสถาบันการศึกษาระดับโลกหลายแห่ง อาทิเช่นมหาวิทยาลัยฝรั่งเศส สถาบันเทคโนโลยี Massachusetts และสถาบันสอนธุรกิจของสหรัฐอเมริกาเช่นบัณฑิตวิทยาลัยสาขาธุรกิจแห่งมหาวิทยาลัย Chicago เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับคุณว่าสถาบันการศึกษาเอกชนในประเทศสิงคโปร์ จะสามารถรักษามาตรฐานและการดำเนินธุรกิจเป็นไปตามคุณภาพ จึงได้มีการก่อตั้ง Council for Private Education ขึ้น อยากไปเรียนต่างประเทศที่สถาบันการศึกษาเอกชนทุกแห่งในประเทศสิงคโปร์จะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ(ERF) เพื่อที่จะสามารถลงทะเบียนกับ CPE ได้ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าสถาบันการศึกษาเอกชนของสิงคโปร์มีมาตรฐานตามที่ได้ลงทะเบียนและปฏิบัติตามข้อบังคับเพื่อปกป้องสิทธิ์ของนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนที่ศูนย์การเรียนนั้นๆ นอกจากนี้ยังกำหนดให้ต้องได้รับใบรับรอง EduTrust หากสถาบันการศึกษาต้องการรับนักศึกษานานาชาติเข้าเรียนด้วย และคณสามารถค้นหาดูสถาบันการศึกษาใดบ้างที่ได้รับการรับรองวิทยฐานะโดย CPE 

อยากไปเรียนต่างประเทศ มีขั้นตอนการสมัครเรียอย่างไรบ้าง

นี่คงเป็นคำถามสำหรับคนที่ อยากไปเรียนต่างประเทศ เมื่อคุณพบหลักสูตรที่สถาบันการศึกษาที่ต้องการเลือกเรียนแล้ว คุณควรทำการสมัครไปยังมหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยนั้นๆโดยตรง คุณสามารถหาแบบฟอร์มใบสมัครได้จากเว็บไซต์ของทางสถาบันการศึกษา โดยการคลิกที่ลิงค์ของเว็บไซต์ของสถาบันได้จากในเว็บไซต์ในสถาบันการศึกษาที่คุณสนใจ และนอกจากนี้คุณยังสามารถอีเมล์สอบถามข้อสงสัยได้จากเว็บไซต์อยากไปเรียนต่างประเทศ ได้อีกด้วย และขั้นตอนการวีซ่านักศึกษานานาชาติจะต้องขอวีซ่า หรือที่รู้จักกันในชื่อStudent Passเพื่อสามารถเข้าเรียนต่อประเทศสิงคโปร์ โดยมีข้อยกเว้นสำหรับผู้ที่มี Dependent Pass (DP) หรือ Immigration Exemption Order (IEO) ใบสมัครขอวีซ่านักศึกษาสามารถยื่นได้ที่ Immigration & Checkpoints Authority (ICA) โดยมีข้อกำหนดและขั้นตอนสำหรับการขอวีซ่าที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับประเภทของสถาบันการศึกษา 

ต่อมาคือเรื่องทุนรัฐบาลสิงคโปร์หรือทุนเรียนต่อฟรี ทุนรัฐบาลของสิงคโปร์ได้รับทุนจาก Agency for Science, Technology & Research (A*STAR) มันคือทุนการศึกษาเต็มทุนเพื่อศึกษาต่อระดับป.โท หรือปริญญาเอกโดยตรง หลังจากหลักสูตรระดับปริญญาตรี 4 ปี  และนักศึกษาต่างชาติได้รับเชิญให้สมัครทุนเรียนต่อฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียมการสมัครสำหรับทุนการศึกษานี้เนื่องจากเป็นโครงการทุนการศึกษาที่ได้รับทุนรัฐบาลสิงคโปร์ หลักสูตรจะสอนในอังกฤษ ผู้สมัครที่ประสบความสำเร็จจะได้เรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำของสิงคโปร์ และมหาวิทยาลัยชั้นนำ 3 อันดับของสิงคโปร์ ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง (NTU) มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีและการออกแบบแห่งสิงคโปร์ (SUTD)ปัจจุบันมี ทุนสิงคโปร์ มากมายที่ทางรัฐบาลมอบให้กับชาวต่างชาติรวมถึงนักเรียนในกลุ่มประเทศ ASEAN ซึ่งเป็นทุนเต็มจำนวนและมีหลากหลายระดับการศึกษา ซึ่งเป็นทุนจากกระทรวงศึกษาธิการสิงคโปร์ (Ministry of Education Singapore หรือ MOE) มอบให้กับนักเรียนไทยได้ศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาโดยไม่จำเป็นต้องไปแข่งกับนักเรียนจากประเทศอื่นใน ASEAN เลย

ทิ้งท้าย

ทำไมถึงควรเลือก เรียนต่อต่างประเทศ คือมีหลักสูตรศิลปะและการออกแบบมีหลากหลายและมีคณาจารย์นานาชาติที่มีความสัมพันธ์อันดีกับภาคอุตสาหกรรมวิทยาเขตที่ได้รับรางวัลในใจกลางเมืองของสิงคโปร์ และมีการทำงานร่วมกันแบบสหวิทยาการระหว่างหลักสูตรต่างๆ และประโยชน์ของการเรียนที่สิงคโปร์คือภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลางในการสอน แม้ว่าสิงคโปร์จะอยู่ในเอเชียแต่คุณไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับการเรียนภาษาใหม่เพื่อเข้ามหาวิทยาลัย เพราะที่นี่ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลางในการสอนหรือภาษาที่ใช้สอนในห้องเรียน ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่จะพูดภาษาอังกฤษในที่สาธารณะอย่างไรก็ตาม ตรวจสอบว่ามหาวิทยาลัยที่คุณต้องการเข้าศึกษาต้องมีใบรับรองที่พิสูจน์ความสามารถทางภาษาอังกฤษของคุณ หากเป็นเช่นนั้น คุณจะต้องเตรียมสอบวัดระดับความรู้ภาษาอังกฤษก่อนเข้าเรียน และที่นี่ค่าธรรมเนียมมหาวิทยาลัยที่ถูกกว่าเมื่อเทียบกับสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรนั่นเอง

อ่านบทความเพิ่มเติม
https://studentdatabase.net/แนะนำที่เรียน/

เครดิตภาพ
https://google.com/

Share:

Facebook
Twitter
Pinterest
VK

Table of Contents